ทำไมต้อง Uncorrelated

ก่อนอื่นต้องมาพูดเรื่อง Correlation คร่าวๆก่อนไอเดียของมันถ้าจะให้พูดอย่างง่ายๆก็คือการที่สิ่งของสองสิ่งขึ้น ลง พร้อมๆกันนั่นแหละครับ เหมือนหุ้นในกลุ่ม Tech ด้วยกันอาจจะขึ้นและลง โดยภาพรวมจะคล้ายกันมากกว่า หุ้นในกลุ่ม Tech และกลุ่ม Food ทำนองนั้น

ส่วนไอเดียของ Modern Portfolio Theory คือ พยายามสร้าง Portfolio ที่ถือ Asset ที่ Uncorrelated ต่อกันใน หมายความว่าถ้า Asset A ลง เราก็จะคาดหวังให้ Asset B ขึ้นมา Average กัน แต่ในระยะยาวมันจะช่วยให้ Portfolio ของเราลดความผันผวน(Volatility aka Risk)ไปลงได้ จากรูป ถ้าเราถือ แค่ Asset A อาจจะทำกำไรให้เราได้มากที่สุดในระยะเวลาที่ถือมันแต่ในการลงทุนเชิง Quantitative เราไม่ได้มองแค่ Profit แต่เราต้องมองความเสี่ยงไปด้วยครับ เนื่องด้วยการคอนโทรล Profit ว่าจะไป xx% แน่ๆไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆเพราะการทำนายอนาคตไม่แน่นอนสูงมาก แต่สิ่งที่เราต้องการจำกัดให้มากที่สุดคือความเสี่ยง  การถือ Uncorrelated Asset Classes เป็นการกระจายความเสี่ยงรูปแบบหนึงโดยไม่ใช่ถือ Asset หลายตัวเท่านั้นแต่ต้อง Uncorrelated ต่อกันด้วย ถ้าเราถือแค่ A ก็จะได้ 20% ส่วน B ที่ 17% โดยที่มีความผัวผวนกว่า การถือ A และ B ที่มีความ Uncorrelated ต่อกันในระดับหนึง ก็อาจจะได้ Profit ลดลงมาเหลือ 18.5% โดยที่สามารถลดความผันผวน(ความเสี่ยง)ลงไปได้ด้วยเช่นกัน

0101

พูดถึงเรื่องนี้แล้วอดนึกถึง Uncorrelated Strategy Return ไม่ได้ เชื่อว่าพวกเราคงเคยเห็นใน Funds ที่เค้าบอกว่าเค้ามีระบบเทพ ให้เอาเงินมาฝากกับกองทุนของเขาจะได้กำไร XX% ต่อระยะเวลา Xเดือน เรื่องกำไรจริงไหมก็เรื่องหนึงครับ แต่เราควรสงสัยด้วยว่ากลยุทธ์การเทรดที่เค้าใช้มัน Uncorrelated(ไม่มีความสัมพันธ์)ต่อกันหรือเปล่า
ที่ผมเคยเห็นบางที่บอกว่าเค้าใช้ MACD สูตรเทพที่ได้มาจากเทรดเดอร์ฝรั่งชั้นเซียนท่านหนึง ผมจำตัวเลขที่แน่นอนของสูตรเขาไม่ได้แล้ว (และแน่นอนผมไม่เห็นด้วยกับไอ้ตัวเลขเทพที่เค้าจำๆกันต่อมาพวกนี้) และสร้างมันเป็นกลยุทธ์การเทรดไอ่เจ้ากลยุทธ์ที่ว่านี้รวมถึงเขาไปเทรดใน asset ไหนด้วยนะครับ ขึ้นมานำมาออกให้สมาชิกเขาใช้งานซัก 1 ตัว หรือเปิดเป็น Funds ของเขา  หรืออีกแบบให้เราใช้ระบบเขาถ้ามีงินฝากในธนาคารที่เค้ามีดีลด้วย XXXXXX บาท และก็มี Backtest มาให้เราดูว่าระบบเขาทำงานได้ดีแค่ไหน ถ้าเราเลือกใช้ เค้าก็จะมีสัญญาณมาให้เรา ที่ผมเคยดูเค้าก็สร้างจากกลยุทธ์ Trend Following นี่แหละครับใช้พวกอิดี้พวก RSI EMA มาสร้าง ละเทสด้วยเทคนิคการ Backtest พวก Monte Carlo อะไรพวกนี้มีการปรับสมดุลระบบ จูนพารามิเตอร์อะไรก็ว่ากันไป
ประเด็นพวกเค้าวัดอย่างไร น่าเชื่อถือแค่ไหน ตอนนี้ไม่ขอพูดถึงก่อนครับ
แต่ขอพูดเรื่อง การใช้กลยุทธ์แค่ 1 ตัวที่เป็นประเภทใดประเภทหนึง สมมุติว่าเป็น Trend Following บนหุ้นก็แล้วกัน ถ้าเรามีเพียง 1 กลยุทธ์ มันก็จะต้องมีช่วงเวลาที่ทำงานได้ดี และทำงานได้ไม่ดีใช่ไหมครับ มันคงเป็นการกระจายความเสี่ยงที่ไม่ดีนัก ถ้าใส่มันไปหมดใส่กลยุทธ์เดียว หรือ ถ้าจะใช้กลยุทธ์เดียวเราก็สามารถแก้มันได้ด้วยการหยุดความเสียหายจากช่วงเวลาที่ตลาดไม่อำนวย เช่น บางคนก็ใส่ Stop loss เป็นต้น แต่ยังไงก็ตามก็ยังนับมันเป็น 1 กลยุทธ์อยู่ดีครับ สามารถใช้งานได้บางช่วงเวลานั้น ถ้าปรับจูนดีไซน์มาดีก็อาจจะมีผลงานใช้ได้บ้างก็ได้
0202.png

รูปแสดง Correlation ของหุ้นใน SET100

สมมุติถ้าเขาใช้ มากกว่า 1 กลยุทธ์แต่ละกลยุทธ์นั้นให้ Return ความสัมพันธ์กัน (Correlated)ล่ะ? เช่นใช้ Trend Following ที่พารามิเตอร์ต่างกันนิดหน่อย ถ้าตลาดไปในเดียวกัน สมมุติฐานของ กลยุทธ์ก็เหมือนกัน ถ้าไปได้ดีด้วยกัน ถ้าตลาดไม่ไปในที่ได้วางสมมุติฐานไว้ ก็พากันเจ๊งทั้งคู่

อันนี้ในทาง Quant Funds เค้าไม่ทำนะครับ ถ้าเราไป Develop Algorithm ไปแข่งกับชาวบ้านในบริษัทที่เค้าลงทุน Quant แบบโครงการของ Quantopain กลยุทธ์เราอาจจะดีมากมีค่า Sharpe Ratio, Low Volatility, High Return  แต่เค้าอาจจะปฎิเสธคุณ ในบางครั้งนั่นไม่ได้แปลว่าของคุณไม่ดีครับ มันอาจจะแค่เพราะมัน Correlated กับที่เค้ามีอยู่แล้วมากไป เช่น 95% ของ Algorithm B ของคุณ มันดันไปให้ผลเหมือน Algorithm A ที่เค้ามีอยู่แล้ว  เค้าก็ไม่รู้จะเพิ่มไปทำไม
กลยุทธ์มันต้องมีการ Uncorrelated ต่อกันในระดับหนึง คือ ไม่คล้ายกันจนเกินไป ครับ อาจจะผลัดกันดีผลัดกันแย่ แต่เมื่อนำมารวมกันมันทำให้ Key performance index ที่เรานำมาใช้วัดประสิทธิภาพของระบบดีขึ้น เช่น ลด Volatility เพิ่ม Sharpe Ratio เป็นต้น ครับ

0303

น่าเสียดายที่ผมไม่มีตัวเลขทางสถิติที่แน่นอนว่า Quantopian เค้าให้ค่าสถิติของความใกล้เคียง Correlation ของ Algorithm แค่ไหนที่จะเป็นเกณฑ์ว่าจะรับหรือไม่รับ  หรือใช้ Algorithm ที่ถูกจัดเป็นประเภทเดียวกันอย่างละกี่ตัวในพอร์ตของเค้า ถ้ามีโอกาสถามและเค้า(พอดีรู้จักกันนิดหน่อย)บอกได้จะเอามาเล่าให้ฟังนะครับ

 

Advertisements

One thought on “ทำไมต้อง Uncorrelated

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s